YouTube Shopping Affiliate คืออะไร? วิธีเริ่มติดแท็กสินค้าเพื่อรับค่าคอมมิชชัน
LovelikeTH Sep 15, 2026 Youtube
YouTube Shopping Affiliate คือโปรแกรมที่ให้ครีเอเตอร์ติดแท็กสินค้าของผู้ขายที่เข้าร่วมในวิดีโอ Shorts และไลฟ์ แล้วรับค่าคอมมิชชันเมื่อเกิดการซื้อที่เข้าเงื่อนไข ผู้ชมสามารถกดดูสินค้าจากคอนเทนต์และไปซื้อผ่านช่องทางของผู้ขาย โดยครีเอเตอร์ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินค้าที่แนะนำ
ประเทศไทยอยู่ในประเทศที่รองรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกช่องจะเปิดใช้ได้ทันที ให้เริ่มตรวจที่ YouTube Studio → สร้างรายได้ (Earn) ว่าช่องมีสิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรมหรือไม่ ก่อนวางแผนทำคลิปติดสินค้า
คู่มือนี้จะพาแยกเรื่องสิทธิ์เข้าร่วม การติดแท็กสินค้า และการรับค่าคอมมิชชันออกจากกัน พร้อมตัวอย่างเลือกคลิปและอ่านผล เพื่อให้เริ่มต้นได้โดยไม่เข้าใจผิดว่ามียอดวิวหรือมีคนคลิกแล้วจะได้รับเงินเสมอไป
สรุปสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
- รายได้มาจากการซื้อที่เข้าเงื่อนไข: จำนวนวิวและจำนวนคลิกไม่ใช่ค่าคอมมิชชันโดยตรง
- ต้องตรวจสิทธิ์ของช่อง: การอยู่ในประเทศที่รองรับหรือมีผู้ติดตามถึงจำนวนหนึ่งยังไม่ใช่การยืนยันว่าเข้าร่วมได้แล้ว
- เลือกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคลิป: ผู้ชมควรเข้าใจว่าทำไมสินค้านั้นจึงอยู่ในเนื้อหา
- คลิปเดิมอาจนำมาต่อยอดได้: หากคลิปและสินค้าผ่านเงื่อนไข สามารถเพิ่มแท็กให้คลิปที่เผยแพร่แล้ว
- ยอดประมาณการยังเปลี่ยนได้: ต้องแยกออกจากรายได้ที่ยืนยันแล้วและเงินที่ได้รับจริง
YouTube Shopping Affiliate ทำงานอย่างไร?
กระบวนการเริ่มจากครีเอเตอร์เลือกสินค้าที่มีให้ติดแท็ก นำมาเชื่อมกับคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้ผู้ชมตัดสินใจได้ดีขึ้น หากผู้ชมกดสินค้าแล้วซื้อภายใต้เงื่อนไขของโปรแกรม ครีเอเตอร์จึงมีโอกาสได้รับค่าคอมมิชชัน
ตัวอย่าง ช่องสอนถ่ายวิดีโอทำคลิปเปรียบเทียบไมโครโฟนสองรุ่น ผู้ชมได้ฟังเสียงจริง เห็นวิธีติดตั้ง และเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละรุ่น จากนั้นจึงกดดูรายละเอียดสินค้าที่ติดแท็กไว้ได้โดยไม่ต้องค้นชื่อรุ่นเอง
ถ้าเพิ่งเริ่มรู้จักโมเดลนี้ สามารถอ่าน พื้นฐาน Affiliate Marketing และที่มาของค่าคอมมิชชัน ก่อน ส่วนบทความนี้จะเน้นการทำงานภายใน YouTube Shopping โดยเฉพาะ
ต่างจากการวางลิงก์ Affiliate ใต้คลิปอย่างไร?
การวางลิงก์ Affiliate ในคำอธิบายคือการใช้ลิงก์ติดตามผลจากโปรแกรมที่คุณเข้าร่วม ส่วน YouTube Shopping Affiliate ใช้ระบบเลือกและติดแท็กสินค้าภายใน YouTube พร้อมข้อมูลผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องใน Studio
อย่าสมมติว่าลิงก์ภายนอกกับแท็ก Shopping จะใช้อัตราค่าคอมมิชชันหรือเงื่อนไขเดียวกัน แม้จะพาผู้ชมไปยังสินค้าเดียวกันก็ตาม ให้ตรวจข้อเสนอของช่องทางที่ใช้อยู่จริง
ต่างจากการเชื่อมร้านค้าของตัวเองอย่างไร?
การขายสินค้าจากร้านของตัวเองกับการแนะนำสินค้าของผู้ขายรายอื่นเป็นคนละรูปแบบของ YouTube Shopping บทความนี้กล่าวถึงการรับค่าคอมมิชชันจากสินค้าของผู้อื่น จึงไม่ควรนำเกณฑ์การเชื่อมร้านค้ามาใช้สรุปสิทธิ์ Affiliate แทนกัน
ใครเข้าร่วม YouTube Shopping Affiliate ได้บ้าง?
ตาม ข้อกำหนดการเข้าร่วมของ YouTube ที่ตรวจสอบวันที่ 14 กันยายน 2026 ช่องต้องอยู่ในโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube หรือ YPP และผ่านเกณฑ์ผู้ติดตามที่ระบุสำหรับ YPP รวมถึงเงื่อนไขอื่นของโปรแกรม
- ผู้สร้างอาศัยอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคที่รองรับ ซึ่งรวมประเทศไทย
- ช่องไม่ได้เป็นช่องเพลง ช่องอย่างเป็นทางการของศิลปิน หรือเชื่อมโยงกับพาร์ทเนอร์เพลงตามข้อกำหนด
- ช่องไม่ได้ตั้งเป็นสร้างมาเพื่อเด็ก และไม่ได้มีวิดีโอจำนวนมากที่ตั้งเป็นสร้างมาเพื่อเด็ก
- ช่องมีสิทธิ์เข้าร่วมตามที่ YouTube แสดงในระบบ และดำเนินการยอมรับข้อตกลงครบแล้ว
ต้องมีผู้ติดตาม 500, 1,000 หรือ 10,000 คน?
อย่านำตัวเลขจากคู่มือเก่าหรือโปรแกรมนำร่องมาใช้เป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกช่อง หน้าข้อกำหนด Affiliate ที่ตรวจครั้งนี้อ้างถึงเกณฑ์ผู้ติดตามของ YPP และระบุว่าเกณฑ์โปรแกรมนำร่องอาจต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าครบจำนวนใดจำนวนหนึ่งแล้วจะเปิดใช้ได้แน่นอน
วิธีตรวจที่ตรงกับช่องของคุณที่สุดคือเปิดหน้าสร้างรายได้ใน Studio อ่านสถานะของช่อง และตรวจข้อกำหนดที่เชื่อมจากหน้านั้น จำนวนผู้ติดตามเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคุณสมบัติ ไม่ใช่สิ่งทดแทนการตรวจช่องและการอนุมัติ
ถ้ายังไม่ผ่าน YPP: ให้จัดการสถานะการสร้างรายได้ก่อน หากถูกปฏิเสธเพราะ Reused Content สามารถอ่าน วิธีตรวจและแก้ปัญหา YouTube ไม่ผ่านสร้างรายได้ การติดแท็กสินค้าไม่ได้แก้ปัญหาระดับช่องให้โดยอัตโนมัติ
วิธีสมัคร YouTube Shopping Affiliate ผ่าน YouTube Studio
- เข้าสู่ YouTube Studio ของช่องที่ต้องการ
ตรวจชื่อช่องและรูปโปรไฟล์ก่อน โดยเฉพาะบัญชี Google ที่ดูแลหลายช่อง
- เปิดเมนูสร้างรายได้ หรือ Earn
ดูว่ามีข้อเสนอให้เข้าร่วมโปรแกรมแอฟฟิลิเอต YouTube Shopping หรือไม่ หากยังไม่พบ ให้ตรวจสถานะสิทธิ์ก่อนทำขั้นตอนถัดไป
- เลือกเข้าร่วมและอ่านข้อตกลง
ตรวจรายละเอียดที่ระบบแสดง แล้วดำเนินการยอมรับข้อกำหนดของโปรแกรม
- เข้า Shopping เพื่อตรวจสินค้าและข้อเสนอ
เมื่อเข้าร่วมแล้ว ให้ดูสินค้าที่ช่องสามารถเลือกได้ รวมถึงอัตราค่าคอมมิชชันและรายละเอียดของผู้ขาย ก่อนเริ่มติดแท็ก
แนะนำให้ตรวจสิทธิ์และลองค้นสินค้าก่อนซื้ออุปกรณ์หรือผลิตคลิปจำนวนมาก เพราะสินค้าที่อยากรีวิวอาจยังไม่มีในรายการที่ช่องของคุณติดแท็กได้
วิธีติดแท็กสินค้า YouTube ในคลิปและ Shorts
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากคลิปเดียวและตรวจด้วยตนเองก่อน จะช่วยให้เห็นทั้งขั้นตอนเลือกสินค้าและสิ่งที่ผู้ชมพบหลังเผยแพร่ โดยเส้นทางต่อไปนี้อ้างอิง คู่มือติดแท็กสินค้าของ YouTube
เพิ่มสินค้าให้คลิปที่เผยแพร่แล้วบนคอมพิวเตอร์
- เข้า YouTube Studio แล้วเลือก เนื้อหา (Content)
- เลือกชื่อหรือภาพปกของคลิปที่ต้องการแก้ไข
- ในหน้ารายละเอียด ให้ค้นหาส่วน สินค้า (Products) บริเวณคำอธิบายวิดีโอ
- ค้นหาชื่อสินค้า แล้วตรวจรุ่นและผู้ขายให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการแนะนำ
- เพิ่มสินค้าที่เกี่ยวข้อง จัดลำดับ และยืนยันหรือบันทึกตามหน้าจอ
ถ้าเป็นคลิปใหม่ ให้เพิ่มสินค้าระหว่างขั้นตอนกรอกรายละเอียดการอัปโหลดได้ ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่ก่อนเสมอไป ส่วนตำแหน่งเมนูและชื่อปุ่มอาจต่างกันตามภาษาและเวอร์ชันของระบบ
ติดสินค้าใน YouTube Shorts บนมือถือ
ในขั้นตอนสร้างหรืออัปโหลด Short ผ่านแอป YouTube ให้มองหา สติกเกอร์ → สินค้า (Products) แล้วเลือกสินค้าที่ต้องการ รายการแรกที่ติดแท็กจะใช้แสดงเป็นสติกเกอร์สินค้า จึงควรจัดให้สินค้าหลักของคลิปอยู่ลำดับแรก
ก่อนเผยแพร่ ให้ดูว่าสติกเกอร์บังตัวสินค้า คำบรรยาย หรือบริเวณที่กำลังสาธิตหรือไม่ การจัดตำแหน่งให้ผู้ชมอ่านง่ายมีประโยชน์กว่าการพยายามขยายสติกเกอร์ให้เด่นที่สุด
ติดแท็กให้ถูกกับสิ่งที่คลิปนำเสนอ
หลักสำคัญคือสินค้าต้องมีความเกี่ยวข้องอย่างมีความหมายกับเนื้อหา และการแนะนำต้องไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด ควรเห็นหรือเข้าใจได้ว่าสินค้านั้นเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังดูอย่างไร ไม่ใช่เพิ่มของที่ไม่เกี่ยวข้องเพราะค่าคอมมิชชันสูง
ตรวจชื่อรุ่นก่อนยืนยัน: สินค้าที่หน้าตาคล้ายกันอาจต่างรุ่น ต่างขนาด หรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์คนละแบบ อย่าติดแท็กตัวเลือกที่ทำให้ผู้ชมคิดว่าเป็นของชิ้นเดียวกับที่สาธิต หากยังตรวจรายละเอียดไม่ได้
เลือกสินค้าและคลิปเริ่มต้นอย่างไรให้มีประโยชน์กับคนดู?
ส่วนนี้เป็นแนวทางวางคอนเทนต์ของผู้เขียน ไม่ใช่สูตรรับประกันยอดขาย จุดเริ่มต้นที่ดีคือหาว่าผู้ชมกำลังตัดสินใจเรื่องอะไร แล้วเลือกสินค้าที่ช่วยตอบคำถามนั้น
เริ่มจากคลิปที่มีคำถามเกี่ยวกับสินค้าจริง
ลองดูคอมเมนต์ในคลิปเดิมว่ามีคนถามชื่อรุ่น วิธีเลือกขนาด หรืออุปกรณ์ที่ใช้หรือไม่ คำถามเหล่านี้ช่วยระบุความต้องการที่เฉพาะเจาะจงกว่าการเลือกสินค้าตามกระแสเพียงอย่างเดียว
เช่น คลิปจัดโต๊ะทำงานมีคนถามว่าขาตั้งจอรองรับโต๊ะหนาเท่าไร คอนเทนต์ถัดไปอาจสาธิตการวัดโต๊ะและตรวจจุดยึด พร้อมติดแท็กขาตั้งที่แสดงในคลิป แทนการทำคลิปบอกเพียงว่า “ของมันต้องมี”
ลองใช้คอนเทนต์สามรูปแบบนี้
- สาธิตการใช้งาน: แสดงขั้นตอนและผลที่สังเกตได้ เช่น วิธีติดตั้งไมโครโฟนหรือจัดสายไฟ
- ช่วยเลือกให้ตรงการใช้งาน: อธิบายว่าสินค้าเหมาะกับใคร และกรณีไหนควรเลือกอีกแบบ
- ตอบข้อสงสัยก่อนซื้อ: ทดลองเรื่องที่หน้าร้านอาจอธิบายไม่ชัด เช่น ขนาดเมื่อวางจริงหรือการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น
ตัวอย่างแผนเริ่มต้นจากคลิปเดิม
สมมติคุณมีช่องสอนถ่ายคลิปด้วยมือถือ และมีวิดีโอทดสอบไมโครโฟนที่ยังมีคนเข้ามาดูอยู่ แผนต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการทำงาน ไม่ใช่การคาดการณ์รายได้
- ตรวจว่าข้อมูลในคลิปยังถูกต้องและรุ่นที่รีวิวยังมีขาย
- ค้นสินค้ารุ่นนั้นใน Shopping และตรวจรายละเอียดข้อเสนอ
- เพิ่มแท็กให้คลิปเดิม โดยไม่ต้องลบแล้วอัปโหลดใหม่
- ทำ Short ตอบคำถามเฉพาะ เช่น เสียงต่างกันอย่างไรเมื่อใช้กลางแจ้ง
- ติดตามว่าผู้ชมคลิกสินค้าและถามข้อมูลอะไรเพิ่มเติม แล้วใช้คำถามนั้นพัฒนาคลิปถัดไป
หากสินค้าหมดหรือไม่มีตัวเลือกให้ติดแท็ก อย่าแทนด้วยรุ่นอื่นโดยไม่อธิบายความต่าง คุณอาจเลือกทำคลิปใหม่สำหรับรุ่นที่มีอยู่จริง หรือรอจนตรวจสอบข้อมูลได้ครบ
บอกเรื่องค่าคอมมิชชันให้ผู้ชมเข้าใจ
แนะนำให้แจ้งความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างตรงไปตรงมา เช่น “สินค้าที่ติดแท็กในคลิปนี้เป็นลิงก์แอฟฟิลิเอต ช่องอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อมีการซื้อที่เข้าเงื่อนไข” โดยปรับข้อความให้ตรงกับข้อเท็จจริงของงาน
หากคลิปมีสปอนเซอร์ การรับรองสินค้า หรือความสัมพันธ์ทางการค้าที่ต้องเปิดเผย ให้ตั้งค่าการโปรโมตแบบชำระเงินตาม ข้อกำหนดการเปิดเผยเนื้อหาที่ทำร่วมกับแบรนด์ของ YouTube การติดแท็กสินค้าไม่ควรถูกใช้แทนการตรวจหน้าที่เปิดเผยข้อมูลของคลิปนั้น
ค่าคอมมิชชัน YouTube Shopping คิดอย่างไร?
อัตราค่าคอมมิชชันแตกต่างกันตามสินค้า ผู้ขาย และข้อเสนอที่ใช้กับช่อง ตัวเลขที่เห็นตอนเลือกสินค้าเป็นอัตราประมาณการ ณ เวลานั้น ไม่ใช่การล็อกอัตราไว้ตลอดอายุของคลิป
YouTube ระบุว่าอัตราที่ใช้กับรายได้จริงอิงวันที่ผู้ชมซื้อ ไม่ใช่วันที่ครีเอเตอร์ติดแท็ก จึงเป็นไปได้ที่คลิปเดิมจะสร้างค่าคอมมิชชันต่างกันในแต่ละช่วง แม้คุณไม่ได้แก้ไขวิดีโอ อ่านรายละเอียดได้จาก คำอธิบายอัตราค่าคอมมิชชันและรายได้ของ YouTube
ตัวอย่างคำนวณเพื่อเข้าใจหลักการ
สมมติยอดที่ใช้คำนวณค่าคอมมิชชันของการซื้อหนึ่งรายการคือ 1,000 บาท และอัตราที่เข้าเงื่อนไขคือ 5% ค่าคอมมิชชันเบื้องต้นจะเท่ากับ 50 บาท
นี่เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่อัตราจริงของสินค้าใด ยอดที่ใช้คำนวณอาจไม่เท่ากับราคาที่เห็นบนป้าย และการคืนสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้ออาจทำให้รายได้เปลี่ยน ต้องตรวจเงื่อนไขของข้อเสนอและยอดในระบบเป็นหลัก
ค่าคอมมิชชันเข้ากี่วัน?
หน้าภาพรวมโปรแกรมของ YouTube ระบุการจ่ายผ่าน AdSense for YouTube ภายในช่วง 60–120 วันหลังการซื้อ เพื่อรองรับการคืนสินค้า ขณะเดียวกัน กระบวนการยืนยันยอดยังขึ้นกับผู้ขายและรอบการจ่าย จึงไม่ควรรับรองวันที่เงินเข้าบัญชีจากวันที่สั่งซื้อเพียงอย่างเดียว
ถ้ามีรายได้แล้ว ให้ตรวจทั้งสถานะค่าคอมมิชชันและสถานะการชำระเงินใน AdSense การเห็นยอดใน Analytics ไม่ได้หมายความว่ายอดนั้นพร้อมโอนเข้าธนาคารทันที
ดูรายได้และอ่านผล YouTube Shopping Affiliate อย่างไร?
บนคอมพิวเตอร์ ให้เข้า YouTube Studio → Analytics → Revenue → Affiliate หรือเข้า Earn → Shopping แล้วเปิดรายละเอียดผลลัพธ์ที่ระบบแสดง ตาม คู่มือเมตริก Affiliate ของ YouTube
- Product Clicks: บอกจำนวนการคลิกสินค้า ช่วยดูความสนใจ แต่ยังไม่ใช่ยอดซื้อ
- Orders: บอกจำนวนคำสั่งซื้อที่ระบบระบุแหล่งที่มาให้ โดยหนึ่งออเดอร์อาจมีหลายสินค้า
- Estimated Revenue: รายได้ประมาณการที่ยังรอการยืนยันและอาจถูกปรับ
- Earned Revenue: รายได้ที่ผู้ขายตรวจและยืนยันแล้ว ซึ่งอาจมาจากการซื้อในช่วงก่อนหน้า
อย่านำรายได้ที่ยืนยันในเดือนนี้ไปหารด้วยยอดคลิกเดือนนี้แล้วสรุปประสิทธิภาพทันที เพราะรายการที่ยืนยันอาจเกิดจากยอดซื้อก่อนหน้านั้น ควรอ่านช่วงเวลาของรายงานและสถานะรายได้ให้ตรงกัน
เปลี่ยนตัวเลขให้เป็นสิ่งที่นำไปปรับได้
แนวทางต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตสำหรับตรวจต่อ ไม่ใช่ข้อสรุปสาเหตุจากตัวเลขเพียงตัวเดียว
- มีคนดู แต่คลิกสินค้าน้อย: ตรวจว่าสินค้าเกี่ยวกับปัญหาของผู้ชมชัดหรือไม่ และผู้ชมรู้หรือยังว่ามีรายละเอียดสินค้าให้กดดู
- มีคนคลิก แต่คำสั่งซื้อน้อย: ลองตรวจหน้าสินค้า รุ่น ราคา สต็อก และข้อมูลที่คนดูยังต้องใช้ตัดสินใจ
- มีคำสั่งซื้อ แต่รายได้ต่ำกว่าที่คิด: ตรวจอัตราที่มีผลจริงและสถานะรายการ แทนการใช้เปอร์เซ็นต์ที่จำได้จากวันติดแท็ก
- ยอดประมาณการลดลง: ตรวจการปรับยอดและสถานะก่อนตีความว่าคลิปทำผลงานแย่ลง
ควรดูข้อมูลการรับชมร่วมด้วย เช่น ผู้ชมออกจากคลิปก่อนถึงช่วงสาธิตหรือไม่ สามารถใช้ แนวทางอ่าน YouTube Analytics และ Retention ประกอบการปรับเนื้อหา โดยไม่ตัดสินคุณภาพคลิปจากยอดขายเพียงอย่างเดียว
ไม่เห็นเมนู Shopping หรือติดสินค้าแล้วไม่แสดง ต้องเช็กอะไร?
กรณีที่ 1: ไม่มีตัวเลือกเข้าร่วมโปรแกรม
ตรวจว่าลงชื่อเข้าใช้ถูกช่อง อยู่ใน YPP และผ่านเงื่อนไขของ Affiliate แล้วหรือไม่ หากช่องอยู่ภายใต้ผู้จัดการเนื้อหา อาจต้องให้เจ้าของเนื้อหาดำเนินการยอมรับข้อตกลงแทน
ถ้าตรวจแล้วเชื่อว่าช่องมีสิทธิ์ แต่ยังสมัครไม่ได้ ให้เก็บภาพสถานะในหน้าสร้างรายได้และติดต่อทีมสนับสนุนครีเอเตอร์ การเพิ่มผู้ติดตามหรือเปลี่ยนการตั้งค่าแบบสุ่มไม่ใช่หลักฐานว่าปัญหาจะถูกแก้
กรณีที่ 2: ค้นหาสินค้าที่ต้องการไม่พบ
ตรวจชื่อรุ่นและรายการที่บัญชีของคุณเลือกได้ หากยังไม่มี อย่าสมมติว่าสินค้าทุกรายการจากร้านค้าที่เข้าร่วมจะพร้อมให้ติดแท็กเสมอ เลือกเฉพาะสินค้าที่ตรวจข้อมูลและความเกี่ยวข้องกับคลิปได้จริง
กรณีที่ 3: เพิ่มแท็กแล้ว แต่ผู้ชมไม่เห็น
ตรวจข้อจำกัดของวิดีโอ เช่น การตั้งเป็นสร้างมาเพื่อเด็ก การอ้างสิทธิ์ลิขสิทธิ์ หรือสถานะจำกัดการสร้างรายได้ รวมถึงประเทศของผู้ชม สำหรับ Shorts ให้ตรวจสิทธิ์ของเสียงที่ใช้กับ Shopping ด้วย
เริ่มแก้จากข้อความแจ้งเตือนที่ตรวจพบจริงก่อน ไม่ควรลบแล้วลงใหม่เพียงเพราะบัญชีหนึ่งมองไม่เห็นแท็ก หากแท็กถูกนำออกและคุณเชื่อว่าตรงตามหลักเกณฑ์ ให้ใช้ช่องทางสนับสนุนเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ YouTube Shopping Affiliate
ต้องมีร้านค้าหรือสต็อกสินค้าเองไหม?
สำหรับรูปแบบ Affiliate คุณแนะนำสินค้าของผู้ขายที่เข้าร่วมและรับค่าคอมมิชชันตามเงื่อนไข จึงไม่จำเป็นต้องเปิดร้านของตัวเองเพื่อขายสินค้านั้น แต่ต้องแยกจากกรณีเชื่อมร้านค้าเพื่อขายสินค้าของคุณเอง
ติดแท็กสินค้าให้คลิปเก่าได้ไหม?
ทำได้เมื่อช่อง คลิป และสินค้ามีสิทธิ์ใช้งาน ให้เปิดรายละเอียดวิดีโอใน Studio แล้วเพิ่มสินค้า ควรตรวจว่าข้อมูลในคลิปยังตรงกับสินค้าปัจจุบันก่อนทุกครั้ง
ใช้กับ YouTube Shorts ได้หรือไม่?
ได้สำหรับช่องและเนื้อหาที่มีสิทธิ์ โดย Shorts ใช้สติกเกอร์สินค้า ควรตรวจตำแหน่งสติกเกอร์และเสียงประกอบให้เหมาะกับการใช้ Shopping
มีคนกดสินค้าแล้ว ทำไมยังไม่ได้ค่าคอมมิชชัน?
การคลิกยังไม่ใช่การซื้อที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจว่ามีคำสั่งซื้อที่ระบบระบุแหล่งที่มาให้หรือไม่ และรายได้นั้นอยู่ระหว่างประมาณการ ยืนยัน หรือจ่ายเงินจริง อย่าตัดสินจากยอดคลิกอย่างเดียว
ติดสินค้าแล้ว YouTube จะดันคลิปมากขึ้นไหม?
ไม่ควรมองการติดสินค้าเป็นสิ่งรับประกันยอดเข้าถึงหรือยอดขาย คอนเทนต์ยังต้องตอบโจทย์ผู้ชม และควรใช้ข้อมูลของช่องตรวจผลจริงหลังเผยแพร่
เริ่มจากคลิปที่ช่วยให้ผู้ชมตัดสินใจได้ดีขึ้น
YouTube Shopping Affiliate เป็นอีกช่องทางสร้างรายได้สำหรับครีเอเตอร์ที่ผ่านเงื่อนไข เริ่มจากตรวจสิทธิ์ใน Studio เลือกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ และแยกรายได้ประมาณการออกจากยอดที่ยืนยันแล้ว
สำหรับการทดลองครั้งแรก ลองเลือกคลิปเดิมหนึ่งคลิปที่ข้อมูลยังถูกต้องและมีคนถามเรื่องสินค้า ตรวจตัวเลือกใน Shopping แล้วติดตามผลทั้งการรับชม การคลิก และคำสั่งซื้อ ก่อนค่อยขยายไปยังคลิปอื่น
พร้อมนำสิ่งที่อ่านไปเริ่มใช้งานจริงแล้วหรือยัง?
สมัครสมาชิกเพื่อดูรายการบริการ ราคา และรายละเอียดล่าสุด หรือเข้าสู่ระบบหากคุณมีบัญชีอยู่แล้ว